celebrex 400 mg กับ arcoxia 60 mg
celebrex 400 mg กับ arcoxia 60 mg ,เพือนๆว่าตัวไหนหายปวดได้ชะงัดกว่าแล้วก็กัดกระเพาะน้อย ที่มา คุณ Hatai Act สามารถเข้าไปพูดคุยได้ที่ https://www.facebook.com/thaiasclub/posts/10152755787540364
celebrex 400 mg กับ arcoxia 60 mg ,เพือนๆว่าตัวไหนหายปวดได้ชะงัดกว่าแล้วก็กัดกระเพาะน้อย ที่มา คุณ Hatai Act สามารถเข้าไปพูดคุยได้ที่ https://www.facebook.com/thaiasclub/posts/10152755787540364
ยา methotrexate เป็นยาที่มีมานานแล้ว ปกติเป็นยาที่ใช้รักษามะเร็ง ต่อมามีผู้นำมาใช้รักษาข้ออักเสบ สะเก็ดเงิน พบว่าข้ออักเสบดีขึ้น จึงมีการนำมาใช้รักษาข้ออักเสบรูมาตอยด์ พบว่าได้ผลดีมาก ระยะแรกของการใช้พบผลข้างเคียงจาก methothrexate พอสมควร เช่นตับอักเสบ ตับแข็ง ภาวะเม็ดโลหิตขาวต่ำ หรือ กดไขกระดูก มีผมร่วงได้เพราะยังไม่ทราบขนาดที่แน่นอนของการรักษา วิธีการให้ยา และ การหลีกเลี่ยงหรือติดตามผลข้างเคียง ปัจจุบันเรามีความรู้มากขึ้น พบว่าเป็นยาที่ดี ใช้รักษาข้ออักเสบรูมาตอยด์ ข้ออักเสบสะเก็ดเงิน และโรคทางระบบภูมิคุ้มกันหรือภูมิไวเกินอื่นๆ อีกมากมาย โดยเฉพาะข้ออักเสบรูมาตอยด์ มีหลักฐานในการวิจัยอย่างมากมายที่สนับสนุนประสิทธิภาพในการรักษาและเป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน ยาหลายตัวชนิดใหม่ๆที่จะออกมาจำหน่าย ในการรักษาข้ออักเสบรูมาตอยด์จะต้องทำการเปรียบเทียบประสิทะภาพกับ methotrexate เสมอ การบริหารยาจะให้สัปดาห์ละ1 ครั้ง แพทย์บางท่านอาจจะให้ จันทร์ พุธ ศุกร์ แต่จะไม่ให้ติดต่อกันทุกวัน เพราะพบผลข้างเคียงมากกว่า แพทย์หลายท่านจะให้ ยา folic ซึ่งเป็นวิตะมินตัวหนึ่งร่วมด้วยเพื่อลดผลข้างเคียงของยาตัวนี้ ขนาดของการใช้มักจะใช้ ประมาณ 2- 6 เม็ด อาจจะมากหรือน้อยกว่านี้ขึ้นกับความรุนแรงของโรคและประสบการณ์ของแพทย์ผู้รักษาแต่ละคน โดยทั่วไปพบผลข้างเคียงน้อย แต่เนื่องจากเป็นยาอันตราย จึงต้องอยู่ในการดูแลรักษาโดยแพทย์ โดยเฉพาะแพทย์ที่ชำนาญการ […]
ช่วงนี้ผมเองมีอาการม่านตาอักเสบ อีกครั้งหลังจากเป็นเมื่อหลายปีก่อน เลยต้องกลับมาหาข้อมูลอีกครั้งและไปเจอโพสเก่าๆในแฟนเพจของเราเองเมื่อ สองปีก่อนมันเป็นข้อมูลที่เราได้พูดคุยกันและเป็นประโบชน์มากๆสำหรับผมเอง และใครอีกหลายๆคนเลยขอนำเสนออีกครั้ง สามารถกลับไปอ่านได้ ที่ https://www.facebook.com/thaiasclub/posts/10151047169675364
คนเราเกิดมาหลีกหนีความเสื่อมของสภาพร่างกายไม่พ้น และหนึ่งความเสื่อมที่พบได้มากก็คือ ข้อเข่าเสื่อม อย่างเช่นที่อังกฤษมีผู้สูงอายุประสบปัญหาข้อเข่าเสื่อมและกระทบต่อการใช้ชีวิตถึง 6 ล้านคน แม้ปัญหาข้อเข่าเสื่อม คนส่วนใหญ่จะรู้กันดีว่าเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ อาทิ น้ำหนักตัวมากเกินไป, อิริยาบถไม่เหมาะสม เช่น นั่งยอง นั่งพับเพียบ นั่งขัดสมาธิ, ขาดแคลเซียม, หรือเคยได้รับอุบัติเหตุที่ข้อเข่า ทว่านักวิจัยจากโรงพยาบาลบริกแฮมและสตรีในบอสตัน อเมริกา พบว่า พฤติกรรมการบริโภคที่ไม่เหมาะสมก็เป็นอีกสาเหตุที่จะเพิ่มโอกาสให้เป็นโรคข้อเข่าเสื่อม แถมยังเร่งให้อาการเกิดเร็วขึ้นอีกต่างหาก ดร.บิง ลู หัวหน้าทีมวิจัย เล่าว่า ทีมวิจัยทำการศึกษาจากผู้ป่วยรายใหม่ที่เพิ่งได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมจำนวน 2,149 ราย จากนั้นจะติดตามพัฒนาการของโรคจากการเอ็กซเรย์ในระยะ 12 เดือน 24 เดือน 36 เดือน และ 48 เดือน พร้อมกับสอบถามพฤติกรรมการบริโภค โดยเฉพาะน้ำอัดลมด้วย ผลการติดตามพัฒนาการของโรคพบว่า ผู้ป่วยที่มีพฤติกรรมดื่มน้ำอัดลมมากกว่า 5 แก้วต่อสัปดาห์ กระดูกอ่อนภายในข้อเข่าของพวกเขาบางลงเฉลี่ย 0.59 มิลลิเมตร ซึ่งมากกว่ากลุ่มผู้ป่วยที่ไม่ดื่มน้ำอัดลม โดยกลุ่มหลังนี้กระดูกอ่อนในข้อเข่าบางลงเฉลี่ยแค่ 0.29 มิลลิเมตร ยิ่งไปกว่านั้น การวิจัยพบว่า ผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมเพศชายที่มีน้ำหนักตัวปกติ […]
ไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคปัจจุบันคือ ความสะดวกสบาย เคลื่อนไหวน้อย และติดเทคโนโลยี สิ่งเหล่านี้คือสาเหตุของภาวะหัวไหล่ติดที่ส่งผลต่อการเคลื่อนไหว ภาวะหัวไหล่ติด คือภาวะที่เราไม่สามารถยกแขนขึ้นได้ทุกมุมองศาปกติ เช่น ยกมือชิดหู เอื้อมหยิบของสูง ๆ เป็นต้น โดยเกิดจากการอักเสบของเนื้อเยื่อหุ้มข้อไหล่ ทำให้ปวดบริเวณหัวไหล่เป็นเวลานาน เมื่ออาการปวดทุเลาลง แขนข้างที่ปวดจะไม่สามารถยกแขนได้เหมือนเดิม หากเคลื่อนไหวข้อไหล่จะปวดมากขึ้น จนผู้ป่วยไม่อยากจะขยับข้อไหล่ เมื่อข้อไหล่ไม่มีการเคลื่อนไหวในช่วงระยะเวลาหนึ่งก็จะเกิดเยื่อพังผืดและหินปูนแทรกในข้อและเนื้อเยื่อรอบหัวไหล่ ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณไหล่อ่อนแรงและลีบลง วิภาพร สายศรี แพทย์อายุรเวทจากศูนย์รักษาไมเกรนและโรคปวดกล้ามเนื้อ ดอกเตอร์แคร์ กล่าวว่า ปัจจุบันยังไม่สามารถระบุสาเหตุหรือปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดภาวะไหล่ติดได้อย่างชัดเจน แต่ผู้ป่วยที่มาด้วยอาการหัวไหล่ติดมักจะมาจาก 3 ปัจจัยคือ อุบัติเหตุ, การไม่ได้ใช้หัวไหล่นานๆ และอายุที่มากขึ้น กลุ่มคนที่มีความเสี่ยงสูงต่อภาวะหัวไหล่ติด แพทย์อายุรเวทชี้คือ กลุ่มคนที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป ส่วนใหญ่พบเป็นในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย รวมถึงผู้ป่วยที่มีโรคแทรกซ้อนอย่างผู้ป่วยโรคเบาหวานที่พบว่ามีโอกาสเกิดภาวะไหล่ติดสูงกว่าคนปกติ 2-4 เท่า ที่สำคัญ วิถีชีวิตปัจจุบันก็ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดหัวไหล่ติด ไม่ว่าจะเป็นความสะดวกสบาย ทำงานหน้าคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ไอทีต่างๆ ที่ไม่ต้องยืดแขนหรือเอื้อมมือหยิบของไกลๆ “ภาวะไหล่ติดอาจใช้เวลาสะสมอาการนานถึง 2-3 ปีแบ่งออกได้เป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะปวดประมาณ 1-4 สัปดาห์ […]
สถานการแพทย์สิ่งแวดล้อมของสวีเดน ออกเตือนว่า ผู้ชายที่บำรุงร่างกายด้วยการกินแคลเซียม ทำให้ตนเองต้องตกอยู่ใต้อันตรายของการเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือดมากกว่าปกติขึ้นอีกเกือบร้อยละ 20 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ซูซานนา ลาร์สสัน เปิดเผยว่า “ได้หลักฐานเพิ่มเติมส่อว่า การกินแคลเซียมมากเกินไป จะยิ่งทำให้เสี่ยงกับโรคยิ่งขึ้น” นักวิจัยของสถาบันโรคมะเร็งแห่งชาติสหรัฐฯ ได้รวบรวมข้อมูลจากชายหญิง อายุระหว่าง 50-71 ปี จำนวน 388,000 คน ได้ผลว่า ผู้ชายที่กินแคลเซียมวันละ 1,000 มิลลิกรัม จะเสี่ยงกับโรคหัวใจมากขึ้นร้อยละ 20 ทั้งยังจะเสี่ยงกับการเสียชีวิตด้วยโรคลมอัมพาตมากขึ้นอีกร้อยละ 14 ด้วย อย่างไรก็ตาม ผลการค้นพบนี้ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับสตรี และการได้แคลเซียมจากการกินอาหาร ก็ไม่เป็นโทษภัยแต่อย่างใด ที่มา : http://www.thaihealth.or.th
นม ที่สุดของเครื่องดื่มบำรุงร่างกาย ยกเครื่องความเชื่อเกี่ยวกับนมครั้งใหญ่ นม ไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพอย่างที่เข้าใจกันมา มิหนำซ้ำอาจทำให้เกิดโรคต่างๆ ตามมาอีก คือนมไม่ได้เป็นแหล่งแคลเซียมที่ดีที่สุด มีอาหารประเภทอื่นที่มีแคลเซียมสูงกว่านม เช่น งาดำ, ปลาเล็กปลาน้อย ฯลฯ ยังพบว่าโปรตีนในนม เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคต่างๆ อาทิ ภูมิแพ้, โรคอ้วน, โรคไขมันในเลือดสูง และโรคมะเร็งต่างๆ น้ำหวาน-ของหวาน ทำให้กระชุ่มกระชวย อาการสดชื่นหลังทานหวานจะเกิดขึ้นในช่วงสั้นๆ การดื่มของหวานเวลาร่างกายรู้สึกอ่อนเพลีย นอกจากไม่ช่วยแก้ปัญหาแล้วยังส่งผลระยะยาวคือยิ่งซ้ำเติมให้อ่อนเพลียง่าย เรี่ยวแรงโรยรายิ่งขึ้นไปอีก ยังส่งผลให้หิวบ่อยกินบ่อยอีกด้วย กินเจ เพื่อสุขภาพ เชื่อกันว่า การกินผัก กินผลไม้ กินมังสวิรัติ นั้นส่งผลดีต่อสุขภาพ แต่กลับมาพิจารณาอีกที อาหารเจกลับมีการปรุงแต่งรสชาติ มีการดัดแปลงรูปแบบกันมากขึ้นจนแทบไม่หลงเหลือคุณค่าทางธรรมชาติ กลายเป็นตัวปัญหาส่งผลต่อสุขภาพ […]
โรคเอสแอลอี ย่อมาจากศัพท์ภาษาอังกฤษว่า Systemic Lupus Erythematosus หรือเรียกสั้น ๆ ว่า ลูปัส (Lupus) ส่วนชื่อภาษาไทยนั้น หมอมักจะบอกผู้ป่วยให้เข้าใจง่าย ๆ ว่า “โรคแพ้ภูมิตนเอง” เนื่องจากกลไกการเกิดโรคเกิดจากภูมิคุ้มกันของร่างกายเรามาทำลายตัวเราเอง โรคเอสแอลอี เป็นโรคเรื้อรังแต่รักษาได้ เป็นโรคที่มีอาการหลากหลาย สามารถเกิดความผิดปกติได้ทุกระบบ ทุกอวัยวะในร่างกายตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้า อีกทั้งยังมีความหลากหลายของความรุนแรงของโรคผู้ป่วยแต่ละราย อาจมีความรุนแรงของโรคแตกต่างกันมาก แม้กระทั่งในผู้ป่วยรายเดียวกันก็มีความหลากหลายของอาการและความรุนแรง ส่วนการดำเนินโรคมีระยะโรคกำเริบและมีระยะโรคสงบ การกำเริบของโรคแต่ละครั้งอาจมีอาการและความรุนแรงแตกต่างกัน เป้าหมายของการรักษาโรคเอสแอลอีคือ ทำให้ผู้ป่วยอยู่ในภาวะโรคสงบให้นานที่สุดโดยที่ใช้ยาน้อยที่สุด โรคเอสแอลอี หรือโรคแพ้ภูมิตนเอง เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันทำงานมากเกินไป ส่งผลให้มีการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้ทำลายร่างกายตัวเอง เปรียบเสมือนทหารทำการก่อกบฏ ส่วนโรคภูมิแพ้นั้นเกิดจากมีการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้ทำลายสิ่งแปลกปลอมที่ไม่เป็นอันตราย เปรียบเสมือนทหารทำงานเกินหน้าที่แทนที่จะต่อต้านศัตรูเท่านั้นยังไปทำลายเพื่อนบ้านที่ดี เช่น การกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันต่ออาหารจำพวกไข่ นม อาหารทะเล ทำให้เกิดอาการแพ้อาหาร หรือการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันต่ออากาศ จำพวกไรฝุ่น แมลงสาบ เกสรต่าง ๆ ทำให้เกิดอาการแพ้อากาศ เป็นต้น ทั้งสองโรคเหมือนกันคือต่างก็เป็นโรคที่เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันทำงานมากเกินไปต่างกันคือ โรคภูมิแพ้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานมากเกินต่อสิ่งแปลกปลอมที่ไม่อันตราย ทำให้เราเกิดอาการแพ้สารเหล่านั้น ส่วนโรคแพ้ภูมิระบบภูมิคุ้มกันทำงานเกินต่อร่างกายตนเอง จึงมีอาการอักเสบของอวัยวะต่าง ๆ ภายในตัว หลาย […]
“กลูโคซามีน” เป็นทั้ง “ยา” และ “อาหารเสริม” สำหรับประชาชนในประเทศไทย โดยใช้ในผู้ป่วยที่มีอาการข้อเสื่อม หรือมีแนวโน้มจะเป็นในอีกไม่ช้า ทั้งนี้ เป็นที่รับรู้ว่าไม่มีประสิทธิภาพในการเสริมสร้างข้อหรือกระดูกอ่อนใดๆ ทั้งสิ้น แต่มีผู้ป่วยบางรายใช้แล้วรู้สึกดี โดยไม่มีใครทราบถึงกลไกการออกฤทธิ์แน่นอนในการบรรเทาอาการปวด มีรายงานทางวิทยาศาสตร์บางชิ้นพบว่า กลูโคซามีนไปกระตุ้นสารต้านการอักเสบ นัยว่าทำให้ปวดน้อยลง แต่เนื่องจากจำนวนผู้ป่วยที่ได้รับประโยชน์จริงๆ มีค่อนข้างน้อยมาก คำแนะนำของสมาคมโรคข้อของสหรัฐอเมริกาจึงไม่แนะนำให้ใช้ แต่ถ้าผู้ป่วยยืนยันจะใช้ก็ควรให้ลองดูประมาณ 1-2 เดือน หากไม่เห็นผลก็ให้เลิกไป ในประเทศไทยเพียงกลูโคซามีนตัวเดียว ก่อเหตุประหนึ่งเป็น “ยาวิเศษ” ที่คนไข้ต้องได้รับและควรต้องเบิกได้ โดยให้เหตุผลว่าไม่เป็นอันตรายต่อกระเพาะอาหาร ไต ไม่ก่อให้เกิดเส้นเลือดในหัวใจหรือในสมองตีบตันแบบยาแก้ปวดทั่วไป (ชนิดไม่ว่าถูกหรือแพง) เช่น Diclofenac (Voltaren) Ibuprofen (Brufen) และตระกูล Coxibs ทั้งหลาย เช่น Celecoxib (Celebrex) Etoricoxib (Areoxia) และเมื่อกินกลูโคซามีน ถึงไม่ได้ผลก็ไม่เป็นไร อย่างไรก็อุ่นใจเพราะได้กินยา เป็นกำลังใจ หรือที่เรียกว่า Placebo Effect จนมาเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2556 […]
คนเรานี้ช่างเปราะบาง นอนไม่หลับมากๆ ตายเอาได้ง่ายๆ เชื่อหรือไม่? การนอนหลับต้องหลับอย่างมีคุณภาพ… ถ้าไม่มีคุณภาพ อันตรายถึงชีวิต อาการนอนไม่หลับ เรียกตามภาษาทางวิชาการคือ "Insomnia" กล่าวโดยง่าย หมายถึงจำพวกนอนหลับยาก หลับๆ ตื่นๆ สะดุ้งโหยง ตื่นมาแล้วรู้สึกนอนไม่อิ่ม อ่อนเพลีย เผละผละตลอดทั้งวัน ปัญหาการนอนไม่หลับ เกิดขึ้นประมาณ 3040% ของประชากร ในจำนวนนี้มี 10% ที่เรื้อรัง อาการนอนไม่หลับ แบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ หนึ่งคือ นอนไม่หลับเป็นบางครั้ง (Transient Insomnia) อีกหนึ่งคือ นอนไม่หลับเรื้อรัง (Chronic Insomnia) สาเหตุของการนอนไม่หลับเป็นบางครั้ง เกี่ยวพันกับอารมณ์และความเครียด บ้างเชื่อมโยงกับการเจ็บป่วยทางกาย หรือการเปลี่ยนแปลงทางสภาพแวดล้อม สำหรับการนอนไม่หลับเรื้อรัง คือการนอนไม่หลับแม้ว่าเหตุข้างต้นจะเกิดหรือไม่เกิดก็ตาม ส่งผลกระทบต่อการแสดงออกทางจิตใจ เรียกว่า Psychophysiological Insomnia เบื้องต้นผู้ป่วยจะมีความกังวลหรือครุ่นคิดตลอดเวลาว่าคืนนี้จะนอนหลับได้หรือไม่ ยิ่งเวลานอนใกล้เข้ามาก็จะยิ่งกลัวและหวาดวิตกเกี่ยวกับการนอนมากขึ้น เมื่อเข้านอนก็มีความพยายามอย่างมากที่จะนอนหลับให้ได้ ทำให้มีภาวะ HyperArousal ซึ่งทำให้ความสามารถที่จะนอนหลับลดลง “ทุกคนจำเป็นต้องมีความเข้าใจถึงความสำคัญของการนอนหลับให้สนิท และต้องเข้าใจว่าการนอนหลับมีความสำคัญเหลือเกินต่อสุขภาพของคนเรา” […]
สมาคมโรคข้อสันหลักอักเสบชนิดยึดติด (ASAT)
รวบรวมกลุ่มผู้ป่วยโรค กระดูกสันหลังอักเสบชนิดยึดติด (AS) หรือโรค Ankylosing Spondylitis ศูนย์รวมข้อมูลความรู้ ข่าวสาร คำแนะนำ และ ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการรักษาและการดูแลผู้ป่วยโรค AS
Copyright © 2019. All rights reserved.